ประวัติความเป็นมา
ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร เริ่มดำเนินการตามโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๓
ด้วยพระอัจฉริยภาพและด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่ทรงสนพระทัยป่าพรุเป็นพิเศษ โดยเสด็จพระราชดำเนินทรงงานวิจัยป่าพรุด้วยพระองค์เองมาโดยตลอด และเมื่อคราวเสด็จทรงงานป่าพรุโต๊ะแดง ณ ท้องที่บ้านโต๊ะแดง ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๓ กรมป่าไม้ได้ถวายรายงานเพื่อทรงทราบฝ่าละอองพระบาทเกี่ยวกับการดำเนินงานจัดสร้างศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติพรุขึ้น เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ ๓๖ พรรษา ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๓๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อศูนย์ดังกล่าวว่า “ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร”
สถานที่ตั้ง
ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร ตั้งอยู่ ณ ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส อันเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในรูปแบบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขอพระราชานุญาต ใช้นามเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้ว่า “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ ๓๖ พรรษา เช่นเดียวกัน ซึ่งป่าอนุรักษ์ผืนนี้ ครอบคลุมพื้นที่ ๑๒๓,๖๒๕ ไร่ ในเขตอำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอตากใบ และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เป็นลักษณะของป่าพรุ (Peat Swamp Forest) ซึ่งมีน้ำขังตลอดปี ประกอบด้วยนิเวศน์ของสังคมพืช (Vegetation Type) ๓ แบบ คือ
๑. ป่าเสม็ด (Melaleuca Forest) เป็นพื้นที่ที่ถูกทำลายจนคุณสมบัติทางเคมีของดินเปลี่ยนแปลง ปริมาณน้ำและระดับน้ำลดลงจนไม่สามารถฟื้นสภาพดินอินทรีย์ให้กลับมาดังเดิมได้ สังคมพืชจึงเปลี่ยนเป็นสังคมป่าเสม็ด ซึ่งมีไม้เสม็ดขาว (Melaleuca cajuputi) ขึ้นเป็นพันธุ์ไม้ชนิดเดียว (pure stand) หนาแน่นไม่มีไม้ชนิดอื่นขึ้นได้ จะอยู่รอบนอกของผืนป่า
๒. พื้นที่ทุ่งหญ้า (Grass Land) เป็นสังคมพืชป่าพรุที่ถูกทำลาย จนดินอินทรีย์หมดไป คงเหลือแต่ดินตะกอนน้ำเค็ม อันมีสารประกอบไพไรท์ (FeS2) เมื่อสัมผัสกับอากาศเกิดปฏิกิริยา Oxidation ได้สารประกอบซัลเฟตและกรดซัลฟูริค และเกิดปฏิกิริยาต่อเนื่อง ส่งผลให้ดินมีความเป็นกรดสูง มีทั้งสังคมพืชริมน้ำ หญ้าคมบาง กระจูด และหญ้าชนิดอื่น ๆ ตลอดจนพืชจำพวกเฟิน
๓. ป่าพรุสมบูรณ์ (Primary Forest) เป็นพื้นที่ที่ยังคงสภาพความเป็นป่าต่อไร่ได้อย่างสมบูรณ์ มีไม้ขนาดใหญ่เป็นป่าผืนใหญ่อยู่ใจกลางพื้นที่
ในพื้นที่ป่าประกอบด้วยพรรณไม้กว่า ๔๗๐ ชนิด แบ่งเป็นพืชมีดอก ๑๐๙ วงศ์ ๔๓๗ ชนิด เฟิน ๑๕ วงศ์ ๓๓ ชนิด สัตว์ป่าที่ค้นพบประกอบด้วย นก ๑๐๙ ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ๑๙ ชนิด ปลา ๔๖ ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอีกหลายชนิด
วัตถุประสงค์
การจัดตั้งศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธรมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นศูนย์รวมของการปฏิบัติงานวิจัยทางวิชาการเกี่ยวกับทรัพยากรป่าพรุในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านพืชพรรณ สัตว์ป่า สัตว์น้ำ ตลอดจนความรู้เรื่องดิน น้ำ ระบบนิเวศ ป่าพรุ และความรู้ทางด้านสภาพแวดล้อมอื่น ๆ โดยมีความมุ่งหมายให้ป่าพรุเป็นแหล่งการศึกษาหาความรู้ในธรรมชาติ ทั้งให้เป็นสถานที่พักผ่อนหาความเพลิดเพลินของนักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ และในที่สุดเพื่อให้เป็นแหล่งที่สร้างจิตสำนึกแก่ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของป่าพรุที่มีต่อสังคมมนุษย์และสภาพธรรมชาติโดยส่วนรวมอันจะเป็นผลให้ประชาชนเกิดความรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติในป่าพรุและพร้อมที่จะช่วยกันรักษาป่าพรุให้อยู่คงตลอดไป
การดำเนินงาน
กรมป่าไม้ได้รับสนองพระราชดำริและได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยผู้ชำนาญการในแขนงต่าง ๆ ทางด้านพฤกษศาสตร์ สัตวศาสตร์ วนวัฒนวิทยาและนิเวศวิทยา เพื่อปฏิบัติงานให้บรรลุผลสำเร็จตามพระราชประสงค์
การจัดตั้งและบริหารงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าป่าพรุ การสงวนพื้นที่ป่าพรุในรูปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า คือ การสงวนความหลากหลายทางชีวภาพในภูมิประเทศจริงโดยความมุ่งหมายที่จะรักษาถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ในพื้นที่ให้คงอยู่เพื่ออำนวยประโยชน์ให้แก่การดำรงชีวิตของสัตว์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในพื้นที่ตลอดไป การดำเนินงานในด้านนี้ประกอบด้วยการลาดตระเวนพื้นที่ การควบคุมป้องกันการบุกรุกทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ในป่าพรุและการเผยแพร่ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตลอดจนความรู้และประโยชน์ของสัตว์ป่าและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าไปสู่ประชาชนในวงกว้าง
การวิจัยทางพฤกษศาสตร์และนิเวศวิทยา มีการดำเนินงานศึกษาพรรณไม้ป่าพรุ โดยริเริ่มขึ้นที่ป่าพรุในจังหวัดนราธิวาสตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๕ เป็นต้นมา โดยคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายพฤกษศาสตร์ กรมป่าไม้ ผลการศึกษาพบว่าป่าพรุจังหวัดนราธิวาสมีพรรณไม้จำนวน ๔๗๐ ชนิด แยกเป็นพรรณไม้ดอก ๔๓๗ ชนิด และเฟิน ๓๓ ชนิด ในจำนวนนี้เป็นพรรณไม้ที่พบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย จำนวน ๕๐ ชนิด งานวิจัยทางพฤกษศาสตร์และนิเวศวิทยาของป่าพรุในจังหวัดนราธิวาสกำลังดำเนินไปด้วยดี ในปัจจุบันนี้จำแนกงานด้านนี้ออกได้เป็น
การศึกษาสังคมพืชและการทดแทนตามธรรมชาติของสังคมพืชป่าพรุ
การจัดทำอนุกรมวิธาร (Taxonomy) ของพรรณไม้ป่าพรุอย่างละเอียด
การศึกษาสภาพการทดแทนตามธรรมชาติของสังคมพืชไม้เสม็ดขาว
การศึกษาความเพิ่มพูนของซากพืชและอินทรียวัตถุในป่าพรุ
การศึกษาลักษณะทางนิเวศวิทยาของป่าพรุในด้านต่าง ๆ เช่น ลักษณะการพึ่งพาอาศัยกันของพืช ความหนาแน่นของสังคมพืชประเภทต่าง ๆ ปรากฏการณ์ในรอบปีของต้นไม้ ปัจจัยแวดล้อมด้านต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับการดำรงชีวิตของพืช เช่น ปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิของดิน น้ำและอากาศ ความชื้นในดิน และอากาศความเร็วลม ความเป็นกรด-ด่างของดินและน้ำ ระดับน้ำในป่าพรุ สิ่งปกคลุมที่ไม่มีชีวิต และปัจจัยทางชีวภาพอื่น ๆ เป็นต้น
การดำเนินงานทางวนวัฒนวิทยา
เป็นการทดลองและปรับปรุงการปลูกเพื่อบำรุงป่าพรุโดยมีความมุ่งหมายที่จะบำรุงพันธุ์พืชและต้นไม้ในป่าพรุควบคู่กันไปด้วยการดำเนินงานทางด้านนี้จำแนกได้ดังนี้
การเพาะเมล็ดและการเพาะชำกล้าไม้ เป็นการค้นคว้าทดลองเพื่อให้ทราบสภาพในการเพาะรวมตลอดถึงหาอัตราการรอดตายในระหว่างเพาะและภายหลังการเพาะด้วย เพื่อให้การปลูกป่าในพื้นที่พรุเสื่อมโทรมด้วยแรงคนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
การปลูกป่าทดลอง เป็นการศึกษาทดลองแปลงตัวอย่างในการปลูกต้นไม้ชนิดต่าง ๆ ในสภาพน้ำขัง เพื่อหาชนิดไม้และสภาพที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกไม้เพื่อฟื้นฟูป่าพรุเสื่อมโทรม
การคัดเลือกชนิดไม้ โดยความมุ่งหมายที่จะหาพันธุ์ไม้ที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการฟื้นฟูป่าพรุที่เสื่อมโทรม
การคัดเลือกแม่ไม้เป็นการดำเนินงานในป่าพรุสมบูรณ์เพื่อการผลิตเมล็ดได้ และการบำรุงพันธุ์ไม้ป่าพรุ
การทดลองหาพันธุ์ไม้เศรษฐกิจมาปลูกบนเนินทรายรอบพรุ เพื่อป้องกันการกัดเซาะและทับถมของทรายลงในป่าพรุ
การวิจัยเพื่อพัฒนานอกพื้นที่พรุ
เป็นการค้นคว้าและศึกษาทดลองในพื้นที่ซึ่งอยู่ภายนอกพื้นที่พรุแต่ได้รับผลดีผลเสียเกี่ยวโยงกับพื้นที่พรุด้วยเสมอ ไม่ว่าจะมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงพื้นที่พรุไปเช่นใดก็ตาม การดำเนินการนอกพื้นที่พรุดังกล่าวนี้จำแนกออกได้ดังนี้
การทดลองพืชทางเศรษฐกิจ มีการศึกษาทดลองในเรื่อง
- การทดลองปลูกไม้เศรษฐกิจบนเนินทราย
- การศึกษาทดลองอุตสาหกรรมยางพาราครบวงจร
- การศึกษาทดลองการเพาะเห็ดชนิดต่าง ๆ
- การศึกษาทดลองพันธุ์หม่อน
การศึกษาค้นคว้าทางด้านปศุสัตว์ ได้แก่
- การวิจัยเพื่อปรับปรุงพืชอาหารสัตว์และน้ำที่สัตว์บริโภค
- การปรับปรุงพันธุ์และการปลูกหญ้า เป็นต้น
ประโยชน์ที่ได้รับ
พื้นที่ป่าพรุ ได้เอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชนในรูปต่าง ๆ คือ
๑. เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุด ปลาที่มีมากคือ ปลาดุกลำพัน ปลาช่อน ปลาหมอ
๒. เป็นแหล่งเก็บหาของป่า เช่น หลุมพี หวาย ย่านลิเพา กระจูด น้ำผึ้ง
๓. เป็นแหล่งไม้สำหรับใช้สอย เช่น ไม้เสม็ด เอามาทำฟืน เผาถ่าน ทำไม้เสาเข็ม และค้ำยัน
๔. เป็นแหล่งรองรับ อันเป็นการป้องกันการเกิดน้ำท่วมในเขต เนื่องจากเป็นแหล่งรวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ทางชีวภาพ นิเวศวิทยา
๕. เป็นแหล่งที่พักผ่อนหาความรู้และความเพลิดเพลินจากธรรมชาติของนักศึกษาและประชาชนผู้สนใจ
๖. เป็นแหล่งปฏิบัติงานวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรป่าพรุในทุก ๆ ด้าน
๗. เป็นแหล่งสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของป่าพรุและช่วยกันรักษาและหวงแหน (สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์) ๘๕๒๗